วิชญ์วิสิฐ's profileวิชญ์วิสิฐ :PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 30 10 สิ่งที่วิชญ์วิสิฐเรียนรู้1. กับบางคำถาม คำตอบมีเพียง ใช่ กับ ไม่ใช่
2. จากข้อที่ 1. คนที่ต้องการจะหลีกเลี่ยงคำถามเหล่านี้มักจะตอบว่า ไม่บอก หรือ ไม่รู้
3. เรื่องโกหก มักจะเป็นเรื่องบังเอิญมาก สมบูรณ์แบบเกินไป หรือพอดีเกินความเป็นจริง
4. "ไปแน่นอน" แปลว่า 90%ไป , "ไป" แปลว่า50-50 ส่วน "อาจจะไป" "ยังไม่รู้" และ "คิดดูก่อน" แปลว่า ไม่ไป
5. ในห้างสรรพสินค้า ห้องน้ำจะต้องอยู่ใกล้โทรศัพท์สาธารณะ และถ้าลองดูดี ๆ จะมีตู้ATMอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น
6. ร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ขายบะหมี่เกี๊ยวต้มยำ
7. การที่เราเงียบไม่ได้แปลว่าเราไม่รู้
8. และการที่เราไม่ถาม ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่อยากรู้
9. เราไม่มีทางลืมอะไรก็ตามที่เราบอกว่าจะลืม
10. รัก คือ เกลียดน้อย ส่วน เกลียด คือ รักน้อย
โปรดติดตามตอนต่อไป
March 14 อยากจะถามดู.. ว่าเธอเป็นดั่ง หมอก หรือ ควันหลายวันมานี้ทั่วเชียงใหม่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา จะให้เรียกว่าหมอกก็เห็นจะไม่ถูกนัก แต่ถ้าเรียกว่าควัน มันก็ไม่ใช่ควันอยู่ดีเพราะมันไม่ได้ลอยโขมงแบบเวลาจุดบุหรี่ หรือแบบตอนไปวางเพลิงบ้านคนอื่น จริง ๆ ในภาษาอังกฤษมีคำที่ใช้เรียกทัศนวิสัยในลักษณะนี้ คือคำว่า Smog อันเกิดจากคำว่า Smoke + Fog = Smog สำหรับในภาษาไทย คาดว่าประเทศไทยคงเกิดปรากฏการณ์นี้ไม่บ่อยนัก เลยไม่มีการบัญญัติคำนี้ในภาษาไทย ซึ่งกูก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรขอเรียกว่า หมอก ต่อไปเพราะมันดูเข้าดี ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาในยามเช้าพร้อมกับความแปลกใจเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หลายวันก่อนได้ยินแว่ว ๆ จากที่ไหนซักแห่งว่าความกดอากาศสูงจากจีนจะเข้ามา ..อ๋อ เลยทำให้หนาวจนหมอกลงเชียวเหรอเนี่ย ว่าแต่ทำไมกูไม่หนาวล่ะ อ๋อ เพราะกูอยู่ในบ้าน ข้าพเจ้าอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะออกไปนอกบ้าน แน่นอนว่าก่อนไปข้าพเจ้าไม่ลืมคว้าแจ็คเก็ตตัวเก่งมาใส่ ข้าพเจ้ามาถึงสตาร์บัคส์นิมมานในเวลาเย็น หมอกหนาจริง ๆ นะเนี่ย มองไปมองมาเหลือบไปเห็นพนักงานร้านอาหารญี่ปุ่นพากันคาดผ้าปิดปาก เอ๊ะ..แฟชั่นใหม่ที่ฮาราจุกุฤป่าวนะ ข้าพเจ้าคิดในใจ หันไปเห็นลุงแก่คาดผ้าปิดปากปั่นจักรยานผ่านไป อะไรกัน.. ลุงแก่ก็บ้าแฟชั่นฮาราจุกุด้วยเหรอ ข้าพเจ้าหัวเราะเบา ๆ พลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก ว่าแต่ทำไมมันร้อนอย่างงี้ล่ะ อ๋อ กูใส่เสื้อหนาว เฮ้ยละทำไมหมอกหนาละมันไม่หนาวล่ะ ไอ่ซายจึงเดินมาให้คำตอบว่า เพราะมันไม่ใช่หมอกไงล่ะ มันคือควันพิษ ..อ๋อ ควันพิษ ...กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ควันพิษ แล้วกูจะเป็นอะไรตายมั้ยเนี่ย... จากนั้นไม่นานใครสักคนก็ได้อธิบายที่มาที่ไปเรื่องหมอกพิษนี้ให้ข้าพเจ้าฟัง มันเกิดจากการเผาขยะเผาป่าเผาใบไม้ ควันพวกนี้จริง ๆ มีอยู่นานแล้ว เพียงแต่เมื่อก่อนมันลอยไปอยู่บนชั้นบรรยากาศที่สูงกว่า แต่ที่นี้พอมีความกดอากาศสูงจากจีนเข้ามา มันก็ไปกดควันพวกนี้ลงมาในส่วนของระดับบรรยากาศที่เรา ๆ อยู่กัน ยิ่งลักษณะของเชียงใหม่เป็นแอ่งกะทะ มันเลยกลายเป็นหมอกอย่างที่เราเห็นซึ่งไม่ได้ส่งผลเสียแค่ต่อสุขภาพ แต่ทำให้การจราจรมีปัญหา โดยเฉพาะการจราจรทางอากาศ เครื่องบินลงจอดไม่ได้ บลา ๆๆๆๆ ที่เบาะหลังรถ ข้าพเจ้านั่งกุมขมับรู้สึกเป็นกังวลกับหมอกปริศนาที่ปกคลุมเชียงใหม่ พาลนึกไปถึงหนังเรื่องต่าง ๆ ที่เคยดูมา หรือว่านี่เป็นแผนชั่วร้ายของใครบางคนที่คิดจะครองโลก หรือต่อจากนี้ผู้คนจะล้มตาย แล้วตื่นมาเป็นซอมบี้ไล่ฆ่าคนที่เหลืออยู่ หรือว่านี่..คือจุดสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ ไม่นะ ไม่จริง ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ฟู่ ซาย ทุกคนในรถหันมามองข้าพเจ้า ถอนหายใจ และส่ายหน้าด้วยความสมเพช นี่ข้าพเจ้าคิดมากจนเพ้อเจ้อไปได้ถึงขนาดนี้เชียว ? แต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เหรอ
ฟู่กดปุ่มเลื่อนเพลง ดนตรีที่คุ้นหูลอยมา ทุกคนร้องฮัมออกมาเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว รวมทั้งข้าพเจ้า
“ลมเย็น ๆ พัดมาแล้วฉันเพิ่งรู้สึก ฟ้าลึก ๆ มองขึ้นไปดูช่างสดใส แต่มือเย็น ๆ ในตอนนี้นั้นไม่มีใคร ..ไม่มีใครสัมผัส มันทนไม่ไหว”
ซายเอื้อมมือไปบิดที่ปรับแอร์ให้แรงขึ้น
“ได้ยินเพลงบอกไว้ลมหนาวมาถึงเมื่อไร มันก็เหงาในใจตามเนื้อเพลงอยู่เรื่อยไป คราวนี้ถ้าต้องเจอะ หน้าหนาวนี้ขอร้องเธอ.. ขอได้มั้ย”
อากาศในรถหนาวอย่างรู้สึกได้ ตอนนี้ทุกคนร้องเพลงกันเต็มเสียง ความกังวลเรื่องหมอกควันบ้าบอนั่นเริ่มหายไป
“ขอมือหน่อยได้มั้ยอากาศหนาว หนาว ไม่ชอบเลย ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ อยากขอแค่ได้ไออุ่น จากเธอได้ไหม บอกความรู้สึกข้างในก่อนหน้าหนาว คราวนี้จะผ่านไป”
ว่าแต่ เปิดเพลง ’หนาวนี้’ ร้องกันในรถเย็นฉ่ำ ขณะที่รอบตัวเต็มไปด้วยหมอกบาง ๆ มันก็ได้ฟีลเหมือนกันนะ..อิอิ March 10 สยามแห่งรัก 3 @ ลาดพร้าว ตอนที่11. ภายใน/รถแท็กซี่/กลางคืน
รถแท็กซี่มุ่งหน้าไปตามมอเตอร์เวย์ ความเงียบปกคลุมทั่วรถ พิชหันกลับไปมองสนามบินสุวรรณภูมิที่จากมาแล้วถอนใจ เสียงชายชราดังขึ้น
โชเฟอร์ ค่าทางด่วนยีบห้าบาท
พิช อ่ะนี่
พิชยื่นเงินแบงค์ห้าสิบให้ ไม่กี่อึดใจโชเฟอร์ก็ยื่นเงินทอนกลับมา นี่เป็นเพียงบทสนทนาสั้น ๆ และเป็นบทสนทนาเดียวที่เกิดขึ้นบนรถคันนั้น ตัดไป
2. ภายนอก/สนามหน้าบ้านโต้ง/กลางวัน พี่ดา พี่เอ๋ พี่ใหม่ และอีกหลายพี่กำลังจ้องมองดูหน้าของพิช พิชหลบสายตาผู้คนเหล่านั้น ข้าง ๆ พิชเป็นพี่มะเดี่ยวนั่งกินผัดปลาหมึกอย่างหิวโหย สายตาเหลือบมองช่างไฟคนแล้วคนเล่า
พี่ดา สิวเต็มเลยพิชไปทำไรมา
พิช เครียดสอบน่ะพี่ดา มันทำไม่ค่อยได้อ่ะ
พี่ดา แล้วนี่เดี๋ยวซีนบ้านมิวจะทำไงเนี่ย โคลสอัพหน้ามิวทั้งนั้น
พิชได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ในใจคิดว่า "ซวยละกู" ตัดสลับหน้าบ้านมาริโอ้วิ่งเข้ามา ยกมือไหว้ทีมงาน พี่ดาพี่ใหม่จึงละความสนใจจากพิชไปสำรวจสิวของโอ้แทน ตัดไป
3.ภายใน/บ้านโต้ง/กลางวัน โต้ง จูน ยืนงง ๆ อยู่หน้าบ้าน มิวลงจากรถแล้วหันไปมองขอความเห็นจากสุนีย์ สุนีย์พยักหน้า เสียงใครบางคนดังขึ้น
เสียง1 คัท..เช็คประตูค่ะ ไงมะเดี่ยว..อยู่มั้ย
เสียง2 โอเคละแต่ขออีกเทคนึง โต้งเขยิบเข้าไปใกล้พี่จูนอีกนิดนะ
มาริโอ้พยักหน้ารับ แล้วเขยิบเข้าไปใกล้พี่พลอย ตัดไป
4.ภายใน/ระเบียงบ้านโต้ง/กลางคืน
พิชทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบบดไปมา แรงตีนที่บดขยี้ทำให้พื้นซีเมนต์ปรากฏรอยฝุ่นสีดำเข้ม เขาถอนหายใจแล้วมองไปข้างหน้าเหมือนรออะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงพี่เอ๋พูดขึ้น
พี่เอ๋ ตกลงว่าซีนกินข้าว ยกไปวันพรุ่งนี้นะคะ
พิช อ้าว... ตัดไป 5.ภายใน/ซอยลาดพร้าว 60/กลางวัน
เช้าวันใหม่ พิชกำลังยืนดูแปะทำชาเย็น แปะตักนมข้นลงในถ้วยแก้วใส ไม่นานชาสีส้มเข้มก็ถูกเทกรอกลงไป แปะใช้ช้อนคนอย่างชำนาญ โทรศัพท์ดังขึ้น พิชกดรับสาย
พิช ครับพี่ต้อม
พี่ต้อม พี่จะถึงแล้วนะ พิชอยู่ตรงไหน
พิช ซื้อชาเย็นอยู่พี่ เอาไรป้ะ
พี่ต้อม งั้นชั้นขอโอวัลตินไม่ใส่น้ำตาล ตัดไป
6. ภายใน/บ้านพี่ปู/กลางวัน
บนเตียงหมอ พี่ปูหมอผิวกำลังละเลงครีมหลายชนิดลงไปบนหน้าพิชที่นอนอยู่ เตียงข้าง ๆ เป็นพี่ต้อมที่ใบหน้าเต็มไปด้วยมาสก์ลอกสิว พี่ต้อมดูคล้ายกับอินทรีย์แดง โทรศัพท์ดังเป็นเพลง พี่ต้อมกดรับสายและบอกเส้นทางที่จะมาสู่บ้านพี่ปูให้กับปลายสาย สักพักพี่ต้อมลุกขึ้นแล้ววิ่งพรวดออกไป พี่ต้อมกลับเข้ามาพร้อมกับมาริโอ้และแม่ของมาริโอ้ พิชซึ่งเสร็จจากกิจกรรมบนใบหน้าแล้วขึ้นไปนั่งบนเตียงว่าง ๆ ข้าง ๆ แม่มาริโอ้ เตียงที่พิชนอนอยู่เมื่อสักครูบัดนี้ถูกแทนด้วยมาริโอ้ เมาเร่อ พี่ปูเริ่มละเลงครีมต่าง ๆ สู่ใบหน้าของโอ้ พร้อมด้วยหน้ากากอินทรีย์แดง โอ้หลับตาพริ้ม ตัดไป
7. ภายนอก/หลังบ้านโต้ง/กลางคืน
พิชหยิบแก้วน้ำที่มีชื่อตัวเองแปะไว้ขึ้นมา มืออีกข้างกำยาขมน้ำเต้าทองหลายเม็ด โอ้มองยาในมือพิชแล้วทำหน้ายี้ พิชโยนยาใส่ปากแล้วกระดกน้ำตาม สักพักได้ยินเสียงพี่ดาดังมาจากว.ที่วางอยู่ไม่ไกล
พี่ดา โอเค เดี๋ยวเราจะอัดเสียงร้องมิว น้องใหม่ตามมิวด้วยจ้ะ
มิว อยู่นี้ครับ..
มิววางแก้วน้ำที่มีชื่อ พิช ลง แล้วเดินไปยังสนามหน้าบ้านโต้งด้วยสีหน้าขมยา ตัดไป
โปรดติดตาม สยามแห่งรัก 3 @ ลาดพร้าว ตอนที่2 เร็ว ๆ นี้ March 01 สยามแห่งรัก 2 (แบบลืม ๆ) ข้าพเจ้านั่งมองภาพลูกแกะน้อยชวนฝันอันเป็นโลโก้ของบาแรมยูที่เราคุ้นเคยดี ลูกแกะน้อยนอนชวนฝันอยู่บนกระจกรถตู้บาแรมยูที่กำลังพาข้าพเจ้ามุ่งหน้าสู่ถนนพระรามเก้า เมื่อมองออกไปข้างนอกจะพบว่าแม้จะเป็นตอนเช้าแต่รถก็เริ่มติดอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงเสียงเพลงลูกทุ่งจากวิทยุในรถตู้ที่ดังคลอเพื่อลดความตึงเครียดและเบื่อหน่าย 10นาทีผ่านไปข้าพเจ้าและคนขับรถต่างเห็นว่าหากรอต่อไปเกรงว่าจะไม่ทันการ รถตู้จึงจำเป็นต้องทิ้งข้าพเจ้าลงที่สถานีรถไฟฟ้าพระรามเก้า เพราะนี่คงเป็นวิธีเดียวกระมังที่จะทำให้ข้าพเจ้าไปถึงสยามภายในเวลาอันสั้นที่สุด ..แล้วประตูก็ปิดดังตึง ข้าพเจ้ายิ้มและโบกมือลาลูกแกะน้อย ..ดูเหมือนลูกแกะน้อยจะยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน
และแล้วก็ถึงสยามเพียงพริบตา ช่างเป็นการเดินทางที่รวดเร็วปานต้มมาม่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า 1 ชั่วโมงก่อนข้าพเจ้านั่งกินไข่เจียวอยู่ในบ้านที่เชียงใหม่ และปรากฏตัวอีกครั้งที่กรุงเทพมหานคร ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงถัดมา ..ขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้แก่มวลมนุษยชาติ
ที่เซ็นเตอร์พอยนท์ เพื่อน ๆ และทีมงานรออยู่ ยังไม่ทันที่ข้าพเจ้าจะโบกมือทักใคร ผ้าดำก็คลุมหัวและตัวทันที ผมเผ้าถูกตัดอย่างไม่ทันตั้งตัว ชุดนักเรียนโรงเรียนอื่นถูกนำมาแทนที่เสื้อผ้าชุดที่ใส่มา ฝุ่นแป้งสีต่าง ๆ เริ่มคลุฟุ้งบนใบหน้า ภายใน 15 นาทีข้าพเจ้าก็ไปถึงร้านสเวนเซ่นส์ ทุกคนรออยู่ที่นั่น
ข้อดีในการมาครั้งนี้คือการได้ลิ้มรสไอติมอันโอชะแบบฟรี ๆ ส่วนข้อเสียคือการได้กินไอศครีมแบบหลาย ๆ รสละลายปนกัน เพราะพอไอติมมาถึง หันไปคุยกับเพื่อนแป๊บเดียว หันกลับมาไอติมก็ถูกไฟ3000กว่าวัตต์จากรถมูนบีมแผดเผาจนละลายเป็นน้ำโจ๊ก ถ่ายไปกินไปหยดไป ..ฤว่าของฟรีจะไม่มีในโลกอย่างที่เค้าว่าจิง ๆ
ตกบ่ายเรามีอีกหลายซีนให้ถ่ายทำ ซึ่ง ณ จุดนี้ก็ถือว่ามันผ่านมานานมากแล้วกูก็จำค่อยไม่ได้ กราบขออภัยมา ณ ที่นี้..
ข้าพเจ้ากลับเชียงใหม่ และจากนั้นไม่กี่วันก็ลงกรุงเทพอีกครั้ง คราวนี้แหละที่ทำให้ได้พบกับเรื่องราวมากมาย ข้อคิดมากมาย
เป็นสองซีนที่ทำให้เปรียบเทียบความต่างระหว่างการทำงานแบบตั้งใจน้อยกับตั้งใจได้ดี ทำออกมาได้แย่ก็เซ็ง ๆ นะ แต่ยังดีที่ยังมีคนคอยเตือนกันอยู่ วันไหนที่ไม่มีคนมาคอยสอนอย่างงี้ข้าพเจ้าคงรู้สึกแย่กว่า..
แต่คราวนี้คงจะไม่มีอะไรแย่เท่าขากลับละล่ะ แท็กซี่โดนตำรวจจับ..ข้อหา ป้ายพนง.ขับรถที่วางตรงคอนโซลหน้ารถแท็กซี่โดนแดดเลียจนมองไม่เห็นชื่อ ..เวรกรรม นั่นอาจทำให้ลุงคนขับเสียเงินไม่กี่ร้อย แต่ข้าพเจ้าต้องสูญเสียเงินไปกว่าพันบาท เพื่อแลกกับตั๋วเครื่องบินเที่ยวใหม่ ..เพราะตกเครื่อง เซ็งจิง ๆ .. เหตุการณ์นี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักสถานที่ต่าง ๆ ในสนามบินสุวรรณภูมิมากขึ้น เพราะว่าต้องแหง่วอยู่ที่นั่นถึง 4 ชม.
นาฬิกาชี้บอกเวลาสี่โมงเย็น ในที่สุดก็จะได้กลับบ้านแล้ว ข้าพเจ้านั่งรออยู่หน้าgateด้วยใจระทึก ในกระเป๋าไม่มีได้มีเพียงแค่เสื้อผ้าและหนังสือหนังหา .. หากแต่เต็มไปด้วยประสบการณ์และข้อคิดอีกมากมายที่ต้องจดจำ นี่คือสัม"ภาระ" ที่ข้าพเจ้าจะต้องแบกและรับผิดชอบมันให้ดีที่สุด
ท้องฟ้าตอนนี้เป็นสีคล้ำ ข้าพเจ้านั่งเอนหลังอยูบนเครื่องบินอย่างอ่อนล้า เชียงใหม่รอข้าพเจ้าอยู่ในไม่กี่อึดใจ ข้าพเจ้าชะโงกมองดูนอกหน้าต่าง พร้อมกับบอกลากรุงเทพ...มหานครแห่งแสงสีที่บัดนี้มองเห็นเป็นเพียงแสงจุดเล็กและรางเลือน
แล้วเราจะพบกันอีกในไม่ช้า
โปรดติดตาม สยามแห่งรัก 3 เร็ว ๆ นี้ |
|
|