วิชญ์วิสิฐ 的个人资料วิชญ์วิสิฐ :照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
4月12日 you INSPIRED me(เรียนท่านผู้มีจิตศรัทธา หากท่านตามเข้ามาจากสเปศของเจ้ามะเดี่ยวเพื่อต้องการจะเสพเรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์รักแห่งสยามในนี้ สามารถเข้าไปชมได้ใน entry เก่า ๆ ลองกดย้อนกลับไปหาๆ ดูเองขี้เกียจทำลิงค์ แต่ก็หวังใจไว้ลึกๆ ให้ท่านอ่าน entry นี้ก่อน อยากให้ลองเสพดู ..รักนะ)
เช่นเดียวกับการทำอาหาร การจะปรุงแต่งสรรค์สร้างผลงานขึ้นมาสักชิ้น จำเป็นต้องใช้ส่วนผสมหลากหลายชนิด ซึ่งจะมาจากการที่ผู้ปรุงพบเห็นด้วยตัวเองก็ดี ลอกเค้ามาก็ดี ปรุงแต่งด้วยส่วนผสมอะไร อัตราส่วนเท่าใด ผลงานที่ออกมาจะรสชาติอร่อยเลิศมีตรารับรองหรือรสเหี้ยแดกไม่ได้ขนาดไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือสารตั้งต้นหรือวัตถุดิบที่อยู่ในทุกผลงาน นั่นคือ "แรงบันดาลใจ" ซึ่งไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ กาลเวลา หรือผีสางเทวดานางฟ้าองค์ใดจะมาดลบันดาลใจ ต่อให้งานนั้นจะดูแย่ยังไง มันย่อมมีคุณค่าเสมอ ถึงจะไม่ต่อผู้อื่นก็ต่อตนเองเป็นอย่างน้อย
ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังละเลียดชานมอุ่น ๆ อย่างเป็นสุขในเช้าวัน Songkran Eve (12 เมษา) ควันกรุ่นนั้นลอยล่องไล้ไปกับอากาศ ชวนให้ข้าพเจ้าระลึกถึงผลงานหลากหลายชิ้นที่ได้บรรจงสร้างขึ้น พร้อมกับตั้งคำถามว่าแรงบันดาลใจอันแรงกล้าเหล่านี้มันมาจากไหนกันนะ ?
กลุ่มควันบางเบาเคลื่อนตัวเอื่อยช้ากลายเป็นเค้าหน้าของใครหลายคนที่คุ้นตา...
เหมย
เหมยเป็นบุคคลที่มอบแรงบันดาลใจสำคัญในผลงานหลายชิ้น ในยามที่ข้าพเจ้าเขียนเพลงก็มักจะหยิบยืม Sequence ที่เธอประสบพบและบอกเล่าแก่ข้าพเจ้ามาผสมกับมุมมองของข้าพเจ้าเอง และบ่อยครั้งที่เธอกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์เดียวกับเพลง เธอมักจะโทรมาเรียกร้องให้ข้าพเจ้าร้องเพลงนั้นให้เธอฟัง ในขณะที่ร้องเพลงไป เหมยก็จะร้องตามเสมอ เพียงแต่ต่างจากข้าพเจ้าตรงที่ข้าพเจ้าร้องเพลง แต่เหมยร้องไห้ ..มีหลายครั้งที่เธอพยายามบอกเล่าเรื่องราวให้ข้าพเจ้ารู้สึกร่วม และเขียนเพลงออกมาให้เธอ ข้าพเจ้าลองเขียนทั้งที่ไม่ได้อิน และมันก็แป้ก แต่เธอก็กลับชอบอกชอบใจมันเสียเหลือเกิน แม้ข้าพเจ้าจะรู้สึกผิดแต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับมีคุณค่ากว่านั้น เพราะนั่นทำให้ข้าพเจ้ารู้จักตัวเองว่าข้าพเจ้าเขียนเพลงด้วยความรู้สึกอยากจะเขียน ร้องเพลงด้วยความรู้สึกอยากจะร้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ข้าพเจ้าทำจะด้วยการเขียนหรือการร้องก็ตาม มันมักจะออกมาแย่เสมอหากถูกบังคับ และอีกสิ่งหนึ่งที่เหมยทำให้ข้าพเจ้ารู้จักก็คือความสุขเวลาที่ได้ร้องเพลงให้ใครสักคนแล้วเค้ามีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงที่ข้าพเจ้าร้อง แม้มันจะแสดงออกมาด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูก็เถอะ
พี่มะเดี่ยว
เนื่องจากควันมันลอยรวมตัวกันกลมเอื่อยอ้วนใหญ่มากเลยทำให้มันใจว่าเป็นพี่มะ พี่มะนอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจแล้วยังเป็นแรงผลักดันในชีวิต เราคุยกันบ่อยและรู้จักกันในแทบจะทุกเรื่อง พีมะจะคอยสอนสิ่งต่าง ๆ ให้แก่ข้าพเจ้าเสมอ แม้จะไม่บ่อย แต่แกก็มักจะทิ้งอะไรหลายอย่างให้ข้าพเจ้าเดินตามไปเก็บขึ้นมาพิจารณาด้วยตัวเองว่ามันเหมาะกับข้าพเจ้าหรือไม่ แม้จะมีเพลงที่แต่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากพี่มะเดี่ยวไม่เยอะ แต่สิ่งที่สะกิดให้ข้าพเจ้ายังคงเดินหน้าเขียนเพลงต่อไปนั่นคือแรงผลักดันจากพี่มะเดี่ยว ซึ่งควรจะเรียกว่า"แรงถีบยัน"มากกว่าเพราะมันแรงมาก และใช่ว่าจะมีแต่เพียงสองสิ่งนี้เท่านั้นที่ข้าพเจ้าได้รับ หลายสิ่งที่พี่มะทำบอกให้ข้าพเจ้ารู้ว่าโลกนี้ยังมีคนที่รักแห่งเป็นห่วงเราเสมอ แม้จะไม่ได้แสดงออกด้วยท่าทีที่เอื้ออาทร
มีหลายเรื่องที่อยากขอบคุณพี่มะเดี่ยว แต่ยังหรอกเพราะกะจะเขียนรวมเป็นหน้า Thanks หน้าเดียวไปเลย ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ดีการได้เจอกับพี่มะเดี่ยวถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้า ซึ่งเราจะคุยกันถึงเรื่องนี้ในโอกาสต่อๆ ไป
เธอ
สำหรับเธอ ในวันนี้เราสองคนอาจจะเป็นคนเกือบไม่รู้จักกันไปแล้ว แต่สำหรับเราและพจนานุกรมของเรา คำว่า "ไม่รู้จัก" ไม่ได้เป็น Synonym กับคำว่า "ลืม" นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงเป็นคนในความทรงจำและเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของเราอยู่เสมอ
แน่นอนว่าเราได้รับความรักจากพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนมาอย่างเปี่ยมล้น ดังนั้นเธอจึงไม่ใช่คนแรกที่สอนเราให้รู้จักกับความรัก แต่ถึงกระนั้นเราก็ได้เรียนรู้มันจากเธอมามากทีเดียว แม้เธออาจจะไม่รู้หรือรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจก็ตาม
ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า หากคิดจะมีความรักก็ต้องลืมคำว่าเสียใจ และเราก็เสียใจเหลือเกินที่จะต้องบอกว่าไอ่คนที่พูดมันก็ทำไม่ได้หรอก เราเองก็ทำไม่ได้ และคิดว่าเธอก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน แต่เราก็ขอบคุณที่ความรักทำให้เราเสียใจ เพราะอย่างน้อยมันก็ฉุดให้เรากลับมายืนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงและไม่หลงระเริงไปกับความรักจนแยกไม่ออกว่าอะไรจริงอะไรเพ้อ .. เรามีความสุขเสมอเวลาได้เห็นเธอยิ้ม หัวเราะ ได้อยู่ใกล้ๆเธอ ได้คุยโทรศัพท์กับเธอ แม้บางครั้งเราจะเงียบเพราะไม่รู้จะคุยอะไรแต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่เราอยากรู้สึกว่าเราอยู่กับเธอ เราดูหนังกัน ไปเที่ยวกัน นั่นทำให้เรามีความสุขโคตร จนพอเรารู้สึกตัวอีกที ตัวเราก็ลอยอยู่เหนือพื้นของความเป็นจริงมาไกลมาก และก็อย่างที่บอก เรามีความรักโดยไม่รู้จักคำว่าเสียใจไม่ได้ เราตื่นจากความฝันพร้อมกับตัวเราที่หล่นร่วงลงพื้น คงเพราะเราลอยไปไกลมากเลยตกลงมาแรง เจ็บทั้งตัว และตอนนั้นเองที่ทำให้เรารู้ว่า เธอไม่ได้ลอยไปพร้อมกับเรา เธอยืนอยู่ที่เดิมมาตั้งแต่แรก แหงนมองดูเราลอยไปบนนั้นอย่างเงียบๆ และมองเห็นเราตกลงมาอย่างเงียบๆ เช่นกัน
ถึงเราจะเสียใจขนาดไหนแต่เธอก็ไม่ผิดเพราะที่ผ่านมาเราคิดไปเองทั้งนั้น เมื่อรู้อย่างนี้เราเลยต้องดูแล รักษาเยียวยาและรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองอย่างไม่โทษใคร ซึ่งเป็นเรื่องแย่ที่เราพบว่าหลายคนชอบสรรหาวิธีแปลกๆ มาเยียวยาตัวเอง ไม่ว่าจะปล่อยให้ความเศร้าอยู่เต็มท้องจนอดอาหารไม่กินข้าวปลา หรือฟาดเรียบแดกทุกอย่างที่ขวางหน้า บางคนก็หันไปควงคนอื่นเพียงเพื่อจะทำประชด โดยที่ไม่มีแม้แต่จะหยุดถามตัวเองสักนิดว่ากำลังคิดอะไรของมึงอยู่ หรือในขณะที่บางคนเยียวยาตัวเองด้วยการทำตัวแรดๆดอกทองไปวันๆ ..แต่เราไม่ใช่คนดอกทอง โชคดีที่คนรอบข้างเราทุกคนบำบัดความทุกข์เหล่านี้ด้วยการหาที่ระบายบอกเล่า จึงเป็นโชคดีของพวกเขาที่มักได้เราเป็นผู้ฟัง เพราะเรามั่นใจว่าเราเป็นผู้ฟังที่ดี แต่การเล่าความทุกข์ให้คนอื่นฟังไม่ใช่วิธีบำบัดของเรา ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราระบายความทุกข์ได้ด้วยการเขียนเพลง ดังนั้นเธอจึงเป็นคนแรกที่ทำให้เราเขียนเพลง เพลงแรกที่เราเขียนคือเพลง "รู้สึกบ้างไหม" ซึ่งตอนนี้มันกำลังจะล่องลอยไปไกลกว่าที่เราคิดไว้ วันข้างหน้าคนจำนวนมากจะได้ฟังมัน รวมทั้งเธอ ซึ่งไม่ว่าตอนนั้นเธอจะกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกับใคร มีความสุขกับเค้ามากหรือกำลังเสียใจสุด ๆ ถ้าเธอได้ยินเพลงนี้ก็ขอให้รู้ไว้ว่า เราเขียนเพลงนี้ให้เธอ
ส่วน"ความรัก"และ"ความเสียใจ"ที่มักจะมาคู่กันนั้น ตอนนี้เรื่องของเธอในพจนานุกรมของเรา มันถูกแทนที่ด้วยคำว่า "ความเคยรัก" และ "ความเคยเสียใจ" ไปแล้วล่ะ ที่เรายังคงไม่ลืมมันเพราะคิดว่าเราอาจจะกลับมาใช้ประโยชน์จากมันได้ในวันข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เราเสียใจกับอะไรมากๆ ซึ่งมันคงต้องหนักหนาสาหัสกว่าตอนที่เราเสียใจเรื่องเธอแน่ๆ แต่ยังไงเราก็ขอบคุณจริงๆ ที่เธอทำให้เราค้นพบตัวเองและก้าวผ่านความทุกข์พวกนั้นมาได้
จริง ๆ แล้วยังมีอีกสองสามเพลงที่เราเขียนถึงเธอ เธออาจตกใจว่าทำไมมันเยอะจังวะ นั่นไม่ได้แปลว่าเราเพ้อถึงแต่เธอหรอกนะ แบบนั้นมันเน่าไป แต่ความจริงก็คือเราไม่มีทางลืมเรื่องของเธอ เพราะเธอคือคนในความทรงจำและเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของเราเสมอ เราบอกเธอแล้ว..
.......
ที่มุมปากมีคราบชาติดอยู่ ข้าพเจ้ายิ้มเบาๆ พร้อมกับมองดูชาในถ้วยที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง มันนอนนิ่งและบัดนี้ไร้ซึ่งไอร้อน ควันหายไปแล้วแต่ความรู้สึกถวิลหาบุคคลเหล่านั้นยังไม่จางหาย ข้าพเจ้าลุกขึ้น เบาะรองก้นตรงเก้าอี้กำลังฟื้นตัวหลังจากที่ยุบยวบมาด้วยแรงกดทับยาวนาน ข้าพเจ้าเดินไปยังไมโครเวฟ เปิดฝา แล้วใส่ถ้วยชาเข้าไป
ข้าพเจ้าจ้องมองถ้วยชาหมุนเอื่อยไปมาเป็นวงกลม ราวกับมันกำลังเต้นรำอย่างเชื่องช้าอ่อนหวาน ท่ามกลางดวงไฟสีส้มสาดส่องในไมโครเวฟที่ครางหึ่งราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงไพเราะซาบซึ้ง
กลุ่มควันบางเบาเคลื่อนตัวเอื่อยช้ากลายเป็นเค้าหน้าของใครหลายคนที่คุ้นตา...
สวัสดี
-มีอีกหลายคนที่เป็นแรงบันดาลใจแต่เหนื่อยแล้ว เดี๋ยวว่าง ๆ มาเขียนอีกละกัน..
-อยากโพสรูปแต่คอมใหม่ไม่ได้ใส่รูป โทดนะ แต่คนที่อยากดูรูปก็คงเป็นคนที่ตั้งใจอ่านมาถึงบรรทัดนี้ เพราะงั้นคนที่มาเม้นเฉย ๆ ก็คงไม่ได้อ่านบรรทัดนี้มั้ง ช่างหัวมัน
-อ่านแล้วไม่เม้นไม่ว่า เพราะไม่ได้อัพสเปซเอาโล่ จำนวนคนโพสมากเป็นอันดับ 1
ขอบคุณที่อ่านจนจบ และพบกันใน entry หน้านะพี่น้อง
โปรดติดตามตอนต่อไป
评论 (35)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://inxcz.spaces.live.com/blog/cns!1CAD77D7497499AE!569.trak 引用此项的网络日志
|
|
|